"วัณโรค"

โรคระบาดในสมัยก่อนที่ทำคนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แม้วิทยาการทางการแพทย์จะก้าวหน้าขึ้นมาก และสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ก็ยังมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากสถิติในปี 2564 - 2568 ขององค์การอนามัยโลก* พบว่า ประเทศไทยเป็น 1 ใน 30 ประเทศที่มีภาระวัณโรคสูง นอกจากนี้ยังอยู่ในลิสต์ของประเทศที่มีภาระวัณโรคร่วมกับเชื้อ HIV สูงด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังต้องให้ความสำคัญกับโรควัณโรค ต้องมีมาตรการควบคุมที่เคร่งครัด และการป้องกันที่เข้มงวด
ทำไมวัณโรคติดต่อได้ง่าย

วัณโรค (Tuberculosis : TB) ถือเป็นโรคติดต่อทางการหายใจ เพียงแค่ไอ จาม หัวเราะ หรือแม้แต่การร้องเพลง ก็สามารถพาละอองเสมหะขนาดเล็กที่มีเชื้อ "ไมโครแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิส (Mycobacterium Tuberculosis) แพร่กระจายจากผู้ป่วยวัณโรคปอดจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้โดยง่าย และที่สำคัญเชื้อนี้สามารถลอยอยู่ในอากาศได้หลายชั่วโมง และคนที่ติดเชื้อ มักไม่แสดงอาการในช่วงแรก ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายมากขึ้น
วัณโรคเกิดขึ้นแค่ที่ปอด

ความจริงแล้ววัณโรคสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกอวัยวะในร่างกาย เช่น เยื่อหุ้มปอด ต่อมน้ำเหลือง กระดูกสันหลัง ข้อต่อกระดูก ช่องท้อง และระบบประสาท เพียงแต่บริเวณดังกล่าว ไม่มีการแพร่เชื้อผ่านระบบทางเดินหายใจ ซึ่งการแพร่นี้สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายและเชื้อจะเข้าไปฝังตัวอยู่ที่ปอด ซึ่งส่วนใหญ่มักพบเป็นผู้ป่วยวัณโรคปอดถึง 80%** สำหรับวัณโรคที่เกิดบริเวณอื่นก็จะมีอาการเฉพาะของส่วนนั้น เช่น หากวัณโรคลงกระดูกสันหลังจะมีอาการปวดหลัง หากวัณโรคลงไตอาจมีเลือดในปัสสาวะ
วิธีป้องกันวัณโรค

● ฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG) ให้กับทารกแรกเกิด
● หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยวัณโรค
● ไม่ใช้สิ่งของเครื่องใช้ที่เสี่ยงต่อการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้อื่น
● อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศถ่ายเท แสงแดดส่องถึง
● รักษาสุขภาพให้แข็งแรงสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ซึ่งทำให้ร่างกายมีความสามารถในการป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง
GPO อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพที่ดี สามารถขอคำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพได้กับเภสัชกร จากร้านขายยาองค์การเภสัชกรรมทุกสาขา
แหล่งอ้างอิง :
*รายงาน Global Tuberculosis Report 2024, องค์การอนามัยโลก (WHO)
**โรงพยาบาลนครธน